นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ Omniraise
1. บทนำ
Omniraise Sdn. Bhd. (เลขทะเบียนบริษัท: 201801033970 [1295997-M]) เป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศมาเลเซีย โดยมีสำนักงานตั้งอยู่ที่ Level 15-10, Q Sentral, 2A, Jalan Stesen Sentral 2, Kuala Lumpur Sentral, Kuala Lumpur 50470 ประเทศมาเลเซีย รวมถึงบริษัทในเครือ (ต่อไปนี้เรียกรวมว่า “Omniraise”, “เรา”, “พวกเรา” หรือ “ของเรา”) มุ่งมั่นในการคุ้มครองความลับของข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของลูกค้า ผู้บริจาค และผู้ใช้งานอื่นๆ ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าวได้รับการประมวลผลโดยเราในการดำเนินธุรกิจ
เราให้การสนับสนุนองค์การนอกภาครัฐ (Non-Governmental Organisations: “NGOs”) ในด้านการระดมทุนและการตลาด ซึ่งรวมถึงการเก็บรวบรวมและการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริจาคและผู้ที่คาดว่าจะเป็นผู้บริจาค เพื่อช่วยให้องค์กรดังกล่าวสามารถบรรลุผลสัมฤทธิ์สูงสุดตามวัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ (“นโยบาย”) จัดทำขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ค.ศ. 2010 (Personal Data Protection Act 2010: “PDPA”) ของประเทศมาเลเซีย ซึ่งกำหนดแนวทางเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม การใช้ และการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลที่เป็นความลับในรูปแบบอื่น ๆ เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยังคงติดต่อสื่อสารกับเรา หรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่เราโดยสมัครใจ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลรับรองว่าตนมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และให้ความยินยอมโดยชัดแจ้งแก่เราในการเก็บรวบรวม จัดเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนตามที่กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้
องค์กรทุกแห่งที่มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดย PDPA กำหนดสิทธิประการต่าง ๆ ให้แก่บุคคลซึ่งเรียกว่า “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Subjects) ควบคู่ไปกับการกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบแก่หน่วยงานหรือองค์กรที่ดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว
2. ความมุ่งมั่นของเรา
เราให้ความสำคัญกับความไว้วางใจที่ลูกค้า ผู้บริจาค ผู้จำหน่าย ผู้ให้บริการ และเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่นมอบให้แก่เรา เรามุ่งมั่นที่จะคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และจะดำเนินมาตรการที่สมเหตุสมผลทุกประการเพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลส่วนบุคคลถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม รวมทั้งรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล โดยปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทุกประการ
นโยบายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใจถึงประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวม วิธีการที่เราใช้และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสิทธิและทางเลือกต่าง ๆ ที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลพึงมีเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของตน
เราจะทบทวนนโยบายฉบับนี้เป็นระยะ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย เทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงในการดำเนินธุรกิจ แนวปฏิบัติขององค์กร และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งนี้ ข้อมูลใด ๆ ที่เราเก็บรักษาไว้จะอยู่ภายใต้บังคับของนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ Omniraise ฉบับล่าสุดที่มีผลใช้บังคับในขณะนั้น
3. ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวม
ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราอาจเก็บรวบรวม รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลดังต่อไปนี้
- ชื่อ
- ที่อยู่
- วัน เดือน ปีเกิด
- ข้อมูลบัญชีหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ (Direct Debit) ของผู้บริจาค หรือรายละเอียดบัตรเดบิตหรือ บัตรเครดิต (เช่น ชื่อผู้ถือบัตร หมายเลขบัตร วันที่เริ่มใช้บัตร และวันหมดอายุของบัตร)
- หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ
- ที่อยู่อีเมล และ
- ข้อมูลอื่นใดที่เราได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบโดยชัดแจ้งว่าจะมีการเก็บรวบรวมจากการติดต่อหรือการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลกับเรา (ซึ่งต่อไปนี้เรียกรวมว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”)
4. การเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
เราอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้หลายวิธี โดยส่วนใหญ่เป็นการเก็บรวบรวมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้แพลตฟอร์มเทคโนโลยีของเรา เช่น
- เมื่อกรอกแบบฟอร์มผู้บริจาค
- เมื่อมีการยืนยันตัวตน
- เมื่อเข้าร่วมการสำรวจความคิดเห็นหรือกิจกรรมทางการตลาด
สำหรับผู้บริจาค (รวมถึงผู้ที่คาดว่าจะเป็นผู้บริจาค) เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริจาคได้รับการคุ้มครอง เราจะไม่ดำเนินการดังต่อไปนี้
- บันทึกรายละเอียดบัตรเครดิตของผู้บริจาค เว้นแต่จะเป็นการบันทึกผ่านแพลตฟอร์มเทคโนโลยีของเรา ซึ่งมีการเข้ารหัสข้อมูลโดยอัตโนมัติทันที ทั้งนี้ ข้อมูลของผู้บริจาคจะถูกเก็บรวบรวมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น และบันทึกเข้าสู่แพลตฟอร์มเทคโนโลยีของเราโดยตรง
- ถ่ายภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงชื่อของผู้บริจาค
- บันทึกชื่อ-นามสกุลเต็มของผู้บริจาคไว้ในระบบหรือสถานที่อื่นใด นอกเหนือจากแพลตฟอร์มเทคโนโลยีของเรา
- เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริจาคที่ได้ลงทะเบียนกับลูกค้าของเราให้แก่เพื่อน สมาชิกในครอบครัว หรือบุคคลอื่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่มีหน้าที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่เราร้องขอ อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลดังกล่าว เราอาจไม่สามารถให้บริการแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของตน รวมถึงมีสิทธิร้องขอให้เราแก้ไข ปรับปรุง หรือ ลบข้อมูลส่วนบุคคลของตน โดยจัดส่งคำขอเป็นลายลักษณ์อักษรมายังเรา ทั้งนี้ หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาศัยอยู่ในสหภาพยุโรป (European Union) เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของตน โปรดศึกษารายละเอียดในหัวข้อ “สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” ตามข้อ 7 ด้านล่าง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริจาคหรือผู้ที่คาดว่าจะเป็นผู้บริจาค อาจถูกนำไปใช้ในการดำเนินธุรกิจและกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งหรือหลายประการดังต่อไปนี้ (“วัตถุประสงค์”)
- เพื่อติดต่อผู้บริจาคผ่านการโทรศัพท์ต้อนรับผู้บริจาครายใหม่ (Welcome Call) และการโทรติดตามผลสำหรับการบริจาคแบบต่อเนื่อง
- เพื่อตรวจสอบและยืนยันตัวตนของผู้บริจาค โดยเราขอสงวนสิทธิในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลผู้บริจาคผ่านการโทรศัพท์ต้อนรับหรือการส่งข้อความ SMS ไปยังผู้บริจาคแต่ละราย
- เพื่อส่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริจาคให้แก่องค์กรการกุศล
- เพื่ออำนวยความสะดวกและดำเนินการบริจาคให้แก่องค์กรการกุศลหรือองค์การนอกภาครัฐ (NGOs) ที่ผู้บริจาคเลือกให้การสนับสนุน
- เพื่อจัดส่งข้อมูลข่าวสารหรือการแจ้งข้อมูลล่าสุดที่ได้รับอนุมัติและจัดทำโดยองค์กรการกุศลหรือองค์การนอกภาครัฐ (NGOs) ให้แก่ผู้บริจาค
- เพื่อตอบข้อซักถาม ดำเนินการ และจัดการคำร้องขอ การสมัคร ข้อร้องเรียน และข้อเสนอแนะจากผู้บริจาค
- เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อกำหนด แนวปฏิบัติ หรือหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับ รวมถึงเพื่อให้ความร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมาย หรือการสืบสวนสอบสวนที่ดำเนินการโดยหน่วยงานของรัฐและ/หรือหน่วยงานกำกับดูแล
- เพื่อดำเนินการตรวจสอบ (Audit) การทบทวน การวิเคราะห์กระบวนการภายใน การวางแผนการดำเนินงาน และการบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจ และ
- เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดที่กฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง และ/หรือแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกำหนดหรืออนุญาต
เราเก็บรวบรวมเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความจำเป็น หรือเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้เท่านั้น หากเราประสงค์จะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น และ/หรือเพื่อฐานทางกฎหมายอื่นที่ PDPA อนุญาตโดยชัดแจ้ง เราจะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนนำข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปใช้
เราจะประมวลผลข้อมูลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมอบให้แก่เรา (ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การเก็บรวบรวม การจัดเก็บ การเก็บรักษา การใช้ การโอน และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล) ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง โดยเราจะใช้ความพยายามอย่างสมเหตุสมผลในการรักษาข้อมูลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้มีความมั่นคงปลอดภัย ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และจะไม่เก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้นานเกินกว่าระยะเวลาที่จำเป็น
Omniraise มีภาระผูกพันตามสัญญากับองค์กรการกุศลและ/หรือองค์การนอกภาครัฐ (NGOs) (โดยการจัดทำข้อตกลงด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือเอกสารทางกฎหมายอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน) ว่าข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดจะถูกทำลาย ลบ หรือส่งคืน เมื่อได้รับการร้องขอ หรือเมื่อสัญญาระหว่าง Omniraise กับองค์กรการกุศลและ/หรือองค์การนอกภาครัฐ (NGOs) สิ้นสุดลง อย่างไรก็ตาม เราอาจเก็บรักษาข้อมูลบางส่วนหรือข้อมูลส่วนบุคคลไว้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการบัญชี เพื่อดำเนินการด้านบัญชี ภาษี และการยื่นรายงานหรือเอกสารตามที่กฎหมายกำหนดสำหรับรอบปีนั้น รวมถึงเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้ตราบเท่าที่มีความจำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ดังกล่าว
5. คุกกี้ (Cookies)
คุกกี้ (Cookies) คือไฟล์ข้อมูลขนาดเล็กที่เว็บเบราว์เซอร์ของผู้ใช้งานจัดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้งาน เมื่อผู้ใช้งานเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ วัตถุประสงค์หลักประการหนึ่งของคุกกี้คือการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งานและช่วยประหยัดเวลาในการใช้งานเว็บไซต์ โดยคุกกี้จะทำหน้าที่แจ้งให้เว็บเซิร์ฟเวอร์ทราบว่าผู้ใช้งานได้กลับเข้ามายังหน้าเว็บไซต์เดิมอีกครั้ง ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้งานกำหนดค่าการใช้งานเว็บไซต์ให้เป็นไปตามความต้องการของตนเอง หรือสมัครใช้บริการ คุกกี้จะช่วยให้เราสามารถจดจำข้อมูลเฉพาะของผู้ใช้งาน (เช่น ชื่อผู้ใช้งาน รหัสผ่าน และการตั้งค่าต่างๆ) ได้
เราใช้คุกกี้ประเภทต่างๆ ดังต่อไปนี้ เพื่อช่วยปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ของเรา
- คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง (Strictly Necessary Cookies): คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการทำงานของเว็บไซต์ เนื่องจากช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเรียกดูเว็บไซต์และใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ได้ เช่น การเข้าสู่ระบบ (Log-in) หรือการเข้าถึงพื้นที่ที่มีการรักษาความปลอดภัย คุกกี้ประเภทนี้ไม่สามารถปิดการใช้งานได้ มิฉะนั้นเว็บไซต์อาจไม่สามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ คุกกี้ประเภทนี้จะไม่จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน
- คุกกี้เพื่อการใช้งาน (Functionality Cookies): คุกกี้ประเภทนี้ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้งาน ข้อมูลที่คุกกี้ประเภทนี้เก็บรวบรวมอาจเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนของผู้ใช้งานได้ และจะไม่นำไปใช้เพื่อติดตามพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์อื่นของผู้ใช้งาน ทั้งนี้ ผู้ใช้งานสามารถเลือกเปิดหรือปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้ได้
- คุกกี้เพื่อการกำหนดเป้าหมาย (Targeting Cookies): คุกกี้ประเภทนี้ส่วนใหญ่ให้บริการโดยบุคคลที่สาม (Third Parties) โดยสามารถจดจำได้ว่าอุปกรณ์ของผู้ใช้งานเคยเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ใดบ้าง และอาจใช้เพื่อติดตามพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์อื่นของผู้ใช้งาน เช่น ผ่าน Google Analytics และ Adobe Analytics ข้อมูลดังกล่าวอาจถูกแบ่งปันให้แก่เครือข่ายผู้ให้บริการโฆษณา เพื่อใช้ในการนำเสนอเนื้อหาหรือโฆษณาที่เหมาะสมแก่ผู้ใช้งาน ทั้งนี้ ผู้ใช้งานสามารถเลือกปิดกั้นการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้ได้เช่นกัน
หากผู้ใช้งานยังคงใช้งานเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ของเรา โดยไม่ได้เปลี่ยนแปลงการตั้งค่าคุกกี้ ถือว่าผู้ใช้งานได้ให้ความยินยอมในการใช้คุกกี้ทุกประเภทของเราตามที่ระบุไว้ในเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันดังกล่าว
การควบคุมและการลบคุกกี้
ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าเว็บเบราว์เซอร์ของตนเพื่อปิดกั้นการใช้คุกกี้ทั้งหมดหรือบางส่วนได้ โดยสามารถศึกษาวิธีการตั้งค่าของแต่ละเว็บเบราว์เซอร์ได้จากลิงก์ดังต่อไปนี้
Chrome: https://support.google.com/chrome/answer/95647
Internet Explorer: https://support.microsoft.com/en-gb/help/17442/
Firefox: https://support.mozilla.org/en-US/kb/enable-and-disable-cookies-website-preferences
Safari: https://support.apple.com/kb/ph21411
ทั้งนี้ หากผู้ใช้งานตั้งค่าเว็บเบราว์เซอร์ให้ปิดการใช้งานคุกกี้ ผู้ใช้งานอาจไม่สามารถเข้าถึงบางส่วนของเว็บไซต์ของเราได้ หรือบริการบางส่วนอาจไม่สามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการใช้งานและประสบการณ์ในการใช้งานเว็บไซต์ของผู้ใช้งาน นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถกำหนดค่าเว็บเบราว์เซอร์ให้แจ้งเตือนทุกครั้งที่มีการส่งคุกกี้มายังอุปกรณ์ของตน เพื่อให้สามารถเลือกยอมรับหรือปฏิเสธคุกกี้แต่ละรายการได้
นอกเหนือจากการใช้คุกกี้แล้ว เราอาจเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้งานเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา เช่น ข้อมูลบันทึกการทำงานของเว็บเซิร์ฟเวอร์ (Web Server Logs) ซึ่งเป็นข้อมูลกิจกรรมที่สร้างขึ้นโดยอุปกรณ์เคลื่อนที่หรือคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการร้องขอหน้าเว็บไซต์จากเว็บเบราว์เซอร์ของผู้ใช้งาน ตัวอย่างเช่น เว็บเซิร์ฟเวอร์อาจบันทึกคำค้นหาที่ผู้ใช้งานป้อน หรือบันทึกลิงก์ที่ผู้ใช้งานคลิกเพื่อเข้าสู่หน้าเว็บไซต์ นอกจากนี้ เว็บเซิร์ฟเวอร์อาจบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับเว็บเบราว์เซอร์ของผู้ใช้งาน เช่น หมายเลขที่อยู่ไอพี (IP Address) และคุกกี้ที่เซิร์ฟเวอร์กำหนดไว้ในเว็บเบราว์เซอร์ของผู้ใช้งาน ทั้งนี้ ข้อมูลที่เก็บรวบรวมด้วยวิธีการอัตโนมัติดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์บางประการตามที่กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้
6. การเปิดเผยและการโอนข้อมูลส่วนบุคคล
เราอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทภายในกลุ่มบริษัท Omniraise องค์กรการกุศลหรือองค์การนอกภาครัฐ (NGOs) ที่เราหรือตัวแทนของเราได้แจ้งว่าเราเป็นผู้แทนในการดำเนินงาน รวมถึงผู้ให้บริการภายนอก (Third-Party Service Providers) หรือพันธมิตรทางธุรกิจ ไม่ว่าจะตั้งอยู่ภายในหรือภายนอกประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ และ/หรือประเทศหรือดินแดนอื่นในต่างประเทศ ทั้งนี้ การเปิดเผยหรือโอนข้อมูลดังกล่าวจะกระทำเป็นครั้งคราวตามความจำเป็น ภายใต้หลักการ “เท่าที่จำเป็นต่อการรับทราบ (Need-to-Know Basis)” เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้ รวมถึงเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจอื่นที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยอยู่ภายใต้ความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งให้ไว้ผ่านการเข้าถึงและการใช้งานเว็บไซต์และ/หรือบริการของเราอย่างต่อเนื่อง
เราอาจจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้บนเซิร์ฟเวอร์ที่มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศนอกเหนือจากประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ และ/หรือประเทศหรือดินแดนอื่นในต่างประเทศ และอาจมีการโอนข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปยังประเทศเหล่านั้นเป็นครั้งคราว สำหรับการโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังประเทศนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น เราจะดำเนินมาตรการตามสัญญา หรือมาตรการที่เหมาะสมในลักษณะอื่น เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยให้มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่น้อยกว่ามาตรฐานที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้บังคับในเขตอำนาจของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด และจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเฉพาะเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ข้างต้นในนามของเรา หรือเป็นไปตามกลไกการโอนข้อมูลส่วนบุคคลข้ามพรมแดน (Cross-Border Data Transfer Mechanisms) ที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในเขตอำนาจของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
เราอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานอื่น เมื่อเราเห็นว่าการเปิดเผยหรือการโอนข้อมูลดังกล่าวมีความจำเป็นตามกฎหมาย หรือข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล หรือมีความจำเป็นเพื่อคุ้มครองสิทธิ ประโยชน์ หรือผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของเรา (เท่าที่กฎหมายอนุญาต) เช่น การเปิดเผยข้อมูลแก่บริษัทผู้รับประกันภัยของเราในกรณีที่อาจมีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน นอกจากนี้ เราขอสงวนสิทธิในการโอนข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรักษาไว้ หากเราเข้าร่วม หรือเป็นคู่กรณีในกระบวนการควบรวมกิจการ (Merger) การเข้าซื้อกิจการ (Acquisition) หรือการปรับโครงสร้างองค์กร (Corporate Reorganisation) ทั้งนี้ เท่าที่กฎหมายอนุญาต
7. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทุกคนมีสิทธิขอรับสำเนาข้อมูลที่เราเก็บรักษาไว้เกี่ยวกับตนเอง รวมทั้งมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรักษาไว้ซึ่งไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน เราจะดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้าเกินสมควร และไม่ว่าในกรณีใด จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งใช้บังคับในเขตอำนาจของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด (ทั้งนี้ ภายใต้ระยะเวลาขยายเพิ่มเติมที่กฎหมายอนุญาตให้เราใช้ได้)
Omniraise ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล และ/หรือการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของตน ในกรณีที่กฎหมายที่ใช้บังคับอนุญาตให้กระทำได้ เช่น กรณีที่ค่าใช้จ่ายในการจัดให้มีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลไม่สมเหตุสมผลเมื่อเปรียบเทียบกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือความเป็นส่วนตัวของบุคคลอื่น ในกรณีดังกล่าว Omniraise อาจปฏิเสธการดำเนินการตามคำขอ หรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามสมควร โดยคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทางปกครองที่เกี่ยวข้อง
สำหรับผู้ใช้งานในประเทศมาเลเซีย เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถใช้สิทธิตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมที่ให้ไว้สำหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยติดต่อเราผ่านช่องทางการติดต่อที่ระบุไว้ในข้อ 13 ของนโยบายฉบับนี้
สิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Object)
(a) เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิที่จะคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของตนโดยเรา ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้
(i) เมื่อการประมวลผลดังกล่าวอาศัยฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interests) ของเรา
(ii) เพื่อให้เราสามารถปฏิบัติภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือใช้อำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(iii) เพื่อจัดส่งข้อมูล ข่าวสาร หรือเอกสารให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และ/หรือ
(iv) เพื่อวัตถุประสงค์ด้านวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ การวิจัย หรือสถิติ
(b) ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interests) ตามที่กล่าวข้างต้น เป็นฐานทางกฎหมายที่มีแนวโน้มจะใช้กับความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมากที่สุด หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของตน เนื่องจากเราอาศัยฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลดังกล่าว เราจะยุติการประมวลผลในกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เว้นแต่กรณีที่
(i) เรามีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่มีน้ำหนักมากกว่า ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีความสำคัญเหนือกว่าสิทธิหรือผลประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ
(ii) การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวมีความจำเป็นเพื่อการก่อตั้ง การใช้สิทธิ หรือการต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม (Right to Withdraw Consent)
ในกรณีที่เราได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับกิจกรรมบางประการ (ตัวอย่างเช่น การจัดทำโปรไฟล์โดยอัตโนมัติ (Automatic Profiling)) เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถเพิกถอนความยินยอมดังกล่าวได้ทุกเมื่อ โดยส่งอีเมลมายังเราโดยตรง เมื่อเราได้รับการเพิกถอนความยินยอมแล้ว เราจะยุติการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องซึ่งอาศัยความยินยอมดังกล่าว เว้นแต่เราจะเห็นว่ามีฐานทางกฎหมายอื่นที่ชอบด้วยกฎหมายรองรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวต่อไป ซึ่งในกรณีนั้น เราจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบต่อไป
สิทธิในการยื่นคำขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Submit a Data Subject Access Request: “DSAR”)
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถขอให้เรายืนยันได้ทุกเมื่อว่าเราเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลใดของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ และสามารถร้องขอให้เราแก้ไข ปรับปรุง หรือ ลบข้อมูลดังกล่าวได้ ทั้งนี้ เราอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประกอบการพิจารณาคำขอดังกล่าว
เราอาจปฏิเสธคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ในกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้กระทำได้ และจะแจ้งเหตุผลในการปฏิเสธให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ หากเราอนุญาตให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าถึงข้อมูลที่เราเก็บรักษาไว้ เราอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หากคำขอดังกล่าวเป็นคำขอที่ ไม่มีมูลอันสมควรอย่างชัดแจ้ง (Manifestly Unfounded) หรือ มีลักษณะเกินสมควร (Excessive) ทั้งนี้ หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอสำเนาข้อมูลดังกล่าวเพิ่มเติม เราอาจเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามสมควร เท่าที่กฎหมายอนุญาต
สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Erasure)
(a) เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องขอให้เราลบข้อมูลส่วนบุคคลของตนในบางกรณี โดยทั่วไป คำขอดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
- ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปสำหรับวัตถุประสงค์ที่เราเก็บรวบรวมหรือประมวลผลไว้แต่เดิม
- เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้เพิกถอนความยินยอมที่เคยให้ไว้สำหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และไม่มีฐานทางกฎหมายอื่นที่ชอบด้วยกฎหมายรองรับการประมวลผลดังกล่าวต่อไป
- ข้อมูลส่วนบุคคลได้รับการประมวลผลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (กล่าวคือ เป็นการประมวลผลที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของ GDPR)
- การลบข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้เราปฏิบัติตามหน้าที่ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) ตามกฎหมายของสหภาพยุโรป (European Union: EU) หรือกฎหมายของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป หรือ
- ในกรณีที่เราอาศัยฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interests) ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้คัดค้านการประมวลผลดังกล่าว โดยเราไม่สามารถแสดงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่มีน้ำหนักเหนือกว่าสิทธิหรือผลประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้
(b) เราจะมีสิทธิปฏิเสธคำขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลได้เฉพาะในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้
- เพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือการใช้อำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- เพื่อประโยชน์ด้านสาธารณสุข
- เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการจัดเก็บเอกสารถาวร การวิจัย หรือการจัดทำสถิติ หรือ
- เพื่อการก่อตั้ง การใช้สิทธิ หรือการต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
(c) เมื่อเราได้รับคำขอที่ชอบด้วยกฎหมายให้ลบข้อมูลส่วนบุคคล เราจะดำเนินการทุกวิถีทางตามสมควรและเท่าที่สามารถปฏิบัติได้ เพื่อลบข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องดังกล่าว
สิทธิในการจำกัดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Restrict Processing)
(a) เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องขอให้เราจำกัดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของตนในบางกรณี เมื่อเราอนุมัติคำขอดังกล่าวแล้ว เราจะสามารถเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ได้เท่านั้น และจะไม่ดำเนินการประมวลผลข้อมูลดังกล่าวในลักษณะอื่นใด จนกว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะให้ความยินยอม หรือจนกว่าการประมวลผลเพิ่มเติมจะมีความจำเป็นเพื่อการก่อตั้ง การใช้สิทธิ หรือการต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสิทธิของบุคคลอื่น หรือเพื่อเหตุผลด้านประโยชน์สาธารณะที่สำคัญของสหภาพยุโรปหรือประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป
(b) เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องขอให้จำกัดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีดังต่อไปนี้
- เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโต้แย้งความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลที่เราประมวลผลอยู่ ในกรณีดังกล่าว เราจะจำกัดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ในช่วงระยะเวลาที่ใช้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
- เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่อาศัยฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interests) ของเรา โดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถขอให้จำกัดการประมวลผลไว้ระหว่างที่เราตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของฐานการประมวลผลดังกล่าว
- เมื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเราไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลประสงค์ให้เราจำกัดการประมวลผลแทนการลบข้อมูล หรือ
- เมื่อเราไม่มีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวต่อไป แต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยังมีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อการก่อตั้ง การใช้สิทธิ หรือการต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
(c) หากเราได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลที่สาม เราจะแจ้งให้บุคคลที่สามดังกล่าวทราบถึงการจำกัดการประมวลผลข้อมูล เว้นแต่การดำเนินการดังกล่าวจะเป็นไปไม่ได้ หรือก่อให้เกิดภาระที่ไม่สมควรเกินกว่าเหตุ ทั้งนี้ เราจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนที่จะยกเลิกการจำกัดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว
สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง (Right to Rectification)
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องขอให้เราแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนที่เราเก็บรักษาไว้เกี่ยวกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการเพิ่มเติมข้อมูลหรือคำชี้แจงประกอบ (Supplementary Statement) เพื่อให้ข้อมูลมีความสมบูรณ์ หากเราได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแก่บุคคลที่สาม เราจะแจ้งให้บุคคลที่สามทราบถึงการแก้ไขข้อมูล เว้นแต่การดำเนินการดังกล่าวจะเป็นไปไม่ได้ หรือก่อให้เกิดภาระที่ไม่สมควรเกินกว่าเหตุ
สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล (Right of Data Portability)
(a) สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับกับข้อมูลส่วนบุคคลที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
(i) ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราประมวลผลด้วยวิธีการอัตโนมัติ (กล่าวคือ โดยไม่มีการแทรกแซงจากมนุษย์)
(ii) ข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ให้ไว้แก่เรา และ
(iii) ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราประมวลผลโดยอาศัยความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา
(b) เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของตนระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controllers) ซึ่งหมายความว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถโอนข้อมูลที่เราเก็บรักษาไว้เกี่ยวกับตนไปยังบุคคลที่สามได้ เราจะจัดเตรียมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวในรูปแบบที่ใช้กันโดยทั่วไปและสามารถอ่านได้ด้วยเครื่อง (Commonly Used Machine-Readable Format) เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถดำเนินการโอนย้ายข้อมูลได้ หรือในบางกรณี เราอาจดำเนินการโอนข้อมูลดังกล่าวให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่นโดยตรง
สิทธิในการร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแล (Right to Lodge a Complaint with a Supervisory Authority)
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแลด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีอำนาจในเขตอำนาจของตน
หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลประสงค์จะใช้สิทธิใดๆ ตามที่ระบุไว้ข้างต้น หรือประสงค์จะเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของตน (ในกรณีที่ความยินยอมเป็นฐานทางกฎหมายที่เราใช้อ้างอิงในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล) สามารถติดต่อเราได้ตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในหัวข้อ “ติดต่อเรา (Contact Us)” ของนโยบายฉบับนี้ ทั้งนี้ โปรดทราบว่าเราอาจเก็บบันทึกการติดต่อสื่อสารของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ เพื่อช่วยให้เราสามารถตรวจสอบและแก้ไขปัญหาหรือข้อร้องเรียนที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแจ้งมายังเราได้อย่างเหมาะสม
หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเห็นว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเราเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิตามกฎหมายในการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแลด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่รับผิดชอบในประเทศหรือเขตอำนาจที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีถิ่นพำนักตามปกติ หรือยื่นเรื่องผ่านผู้แทนของเรา ซึ่งสามารถดูรายละเอียดการติดต่อได้ในหัวข้อ “ติดต่อเรา (Contact Us)” ด้านล่างของนโยบายฉบับนี้
8. ความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคล (Accuracy of Personal Data)
โดยทั่วไป เราจะอาศัยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ให้ไว้ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีความเป็นปัจจุบัน ครบถ้วน และถูกต้อง เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่แจ้งให้เราทราบเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของตน โดยสามารถติดต่อผู้แทนของเราตามรายละเอียดที่ระบุไว้ด้านล่าง
9. การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล (Retention of Personal Data)
เราจะทบทวนข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรักษาไว้เป็นระยะ ทั้งนี้ เราอาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ตราบเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าว หรือเป็นไปตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนดหรืออนุญาต
เราจะยุติการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือดำเนินการลบหรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจากข้อมูลดังกล่าวได้ ทันทีที่มีเหตุอันสมควรเชื่อได้ว่าการเก็บรักษาข้อมูลนั้นไม่มีความจำเป็นต่อวัตถุประสงค์ที่ได้เก็บรวบรวมข้อมูลไว้ และไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปเพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายหรือทางธุรกิจ
10. การคุ้มครองข้อมูล (Protection of Information)
เราจะดำเนินการให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้รับการจัดเก็บอย่างมั่นคงปลอดภัย เพื่อป้องกันการเข้าถึง การเปิดเผย หรือความเสี่ยงอื่นในลักษณะเดียวกันที่ไม่ได้รับอนุญาต เราจะพยายามดำเนินมาตรการด้านเทคนิค มาตรการทางกายภาพ มาตรการด้านอิเล็กทรอนิกส์ และมาตรการด้านกระบวนการที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเข้าถึง การแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบหรือโดยไม่ได้รับอนุญาต
อย่างไรก็ตาม เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลพึงตระหนักว่า ไม่มีวิธีการส่งข้อมูลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต หรือวิธีการจัดเก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ใดที่มีความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ แม้เราไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยได้โดยสมบูรณ์ แต่เราจะมุ่งมั่นในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และจะทบทวนและพัฒนามาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของเราอย่างต่อเนื่อง
11. เว็บไซต์ของบุคคลที่สาม (Websites of Third Parties)
นโยบายฉบับนี้ใช้บังคับเฉพาะกับการดำเนินงานของเราเท่านั้น และไม่ครอบคลุมถึงบุคคลที่สามรายอื่น (รวมถึงเว็บไซต์ที่บุคคลที่สามดังกล่าวเป็นผู้ดูแลหรือบริหารจัดการ)
เมื่อผู้ใช้งานคลิกลิงก์ และ/หรือแบนเนอร์โฆษณาที่นำผู้ใช้งานไปยังเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม หรือเว็บไซต์ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเรา ผู้ใช้งานจะอยู่ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์หรือบุคคลที่สามนั้น แม้ว่าเราจะให้ความสำคัญกับการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวบนระบบอินเทอร์เน็ต แต่เราไม่อาจรับผิดชอบต่อการกระทำใด ๆ ของบุคคลที่สามซึ่งอยู่นอกเหนือจากเว็บไซต์หรือโดเมนที่เราเป็นผู้ควบคุม
12. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบาย (Changes to the Policy)
เราอาจปรับปรุงหรือแก้ไขนโยบายฉบับนี้เป็นครั้งคราวโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ เราอาจแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบโดยตรง (เช่น ทางอีเมล) หรือเผยแพร่นโยบายฉบับล่าสุดไว้บนเว็บไซต์ของเราที่ staging.omniraise.com
การที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยังคงใช้บริการของเราภายหลังจากมีการแก้ไขนโยบายดังกล่าว ถือว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้รับทราบและยอมรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแล้ว
13. ติดต่อเรา (Contact Us)
หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายฉบับนี้ หรือประสงค์จะใช้สิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล หรือเพิกถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อผู้แทนของเราได้ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
- ทางโทรศัพท์:
- 012-250 1641
- ทางอีเมล:
- [email protected]
- ทางไปรษณีย์:
- 15-10, Q Sentral, 2A,
- Jalan Stesen Sentral 2,
- Kuala Lumpur Sentral,
- Kuala Lumpur 50470,
- Malaysia
ตามมาตรา 7(3) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2553 (Personal Data Protection Act 2010: PDPA) ของประเทศมาเลเซีย นโยบายฉบับนี้จัดทำขึ้นทั้งภาษาอังกฤษและภาษาบาฮาซามาเลเซีย (Bahasa Malaysia) ในกรณีที่ข้อความระหว่างฉบับภาษาอังกฤษและฉบับภาษาบาฮาซามาเลเซียมีความแตกต่างหรือขัดแย้งกัน ให้ยึดถือข้อความในฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลักและมีผลใช้บังคับเหนือกว่า